Wedding Nanasara

นานาสาระ

10 สถานที่ฮันนีมูนที่ดีที่สุดสำหรับปี 2014 โดย Lonely Planet

10 สถานที่ฮันนีมูนที่ดีที่สุดสำหรับปี 2014 โดย Lonely Planet

โลนลี่ แพลนเน็ต (lonely planet) แนะนำสถานที่ท่องเที่ยวสำหรับคู่ฮันนีมูน ในปี 2014 ซึ่งแต่ละที่ล้วนมีเสน่ห์ สวยงาม และโรแมนติก มาดูกันค่ะว่ามีที่ไหนบ้าง

1. แหล่งประวัติศาสตร์ “แคปปาโดเชีย”  ประเทศตุรกี

 

แคปปาโดเชีย นอกจากจะเป็นแหล่งประวัติศาตร์และอารยธรรมโบราณแล้ว ยังเต็มไปด้วยสิ่งมหัศจรรย์ทางธรรมชาติ ที่รอให้เหล่าบรรดาคุ่รักนักท่องเที่ยวเดินทางไปสำรวจ โดยสามารถเที่ยวชมได้ทั้งทางเท้า หรือทางรถยนต์ แต่วิธีที่ดีที่สุด ก็คือ การตื่นนอนแต่เช้ามืดเพื่อขึ้นบอลลูนชมภูเขาและแท่งหินรูปทรงแปลกตา ที่สร้างสรรค์โดยธรรมชาติล้วนๆ แถมภายในภูเขาบางลูกยังเป็นที่อาศัยของผู้คนอีกต่างหาก

 

และที่ห้ามพลาด ก็คือ การปีนบันไดขึ้นไปบนปราสาทอูชิซาร์ ซึ่งตั้งอยู่บนยอดเขาสูง เพื่อชมพระอาทิตย์ตกดินและวิวทิวทัศน์อันสวยงามแปลกตาในแบบพาโนรามา… 

2. ประเทศบราซิล

 

ในปีหน้าสปอตไลท์ด้านการท่องเที่ยวและกีฬาจะฉายไปที่ประเทศบราซิล ในฐานะที่เป็นเจ้าภาพจัดแข่งขันฟุตบอลโลก และสถานที่ท่องเที่ยวสุดฮอตที่นักท่องเที่ยวมักพากันนึกถึงเป็นอันดับต้นๆ ก็คือ ชายหาดโคปาคาบานา และชายหาดอิปปาเนมา ในเมืองริโอเดอจาเนโร

 

3. เมืองมาร์ราเกช ประเทศโมร็อกโก

 

โลนลี่ แพลนเน็ต ระบุว่า “มาร์ราเกช” เป็นหนึ่งในเมืองโรแมนติกที่สุดในโลก ที่นี่อบอวลไปด้วยกลิ่นเครื่องเทศอาหรับและกลีบกุหลาบ มีเสียงเพลงคานาวา (Gnawa Music) เป็นแบคกราวน์ และเต็มไปด้วยตะเกียงที่สวยงาม แม้การเดินทางไปเยือนย่านเมืองเก่า (เมดิน่า) ซึ่งเต็มไปด้วยตรอกซอกซอย พ่อค้าเร่ และแผงขายของ อาจทำให้นักท่องเที่ยวถึงกับมึนงง แต่การหลงทางก็นับเป็นประสบการณ์อย่างหนึ่ง (โลนลี่ แพลนเน็ตบอก) และเป็นโอกาสอันดีที่จะได้เที่ยวชมวิถีชีวิตของชาวเมือง พร้อมทั้งแวะจิบชามินท์ หรือกาแฟแก่ๆ ซักแก้ว หายเหนื่อยแล้วก็ไปช้อปและต่อราคาสินค้าที่ตลาดอาหรับสไตล์ดั้งเดิม (ซุค) และหยุดดูการเป่าปี่เรียกงูที่จัตุรัส จามา เอล ฟีน่า

 

4. ประเทศเซนต์ ลูเชีย (St Lucia)

 

เซนต์ ลูเชีย” เป็นเกาะภูเขาไฟที่มีสภาพภูมิประเทศเป็นภูเขามากกว่าเกาะอื่นๆ ในทะเลแคริบเบียน แต่จุดที่โดดเดนและเป็นเอกลักษณ์ของที่นี่ ก็คือ พิตอน (เป็นส่วนหนึ่งของแหล่งมรดกโลก) ซึ่งเป็นที่ตั้งของภูเขาไฟ 2 ลูก ที่มีแนวสันเขาเชื่อมต่อระหว่างกัน นอกจากนี้ ที่นี่ยังมีป่าที่อุดมสมบูรณ์ จึงเหมาะสำหรับคู่รักที่ชอบท่องเที่ยวแบบผจญภัย ไม่ว่าจะเป็นการปีนเขา, ดำน้ำ ซึ่งก็มีให้เลือกทั้งแบบน้ำลึกและน้ำตื้น รวมทั้งการดำน้ำแบบ “สนูบ้า” (ลูกผสมระหว่างการดำน้ำแบบสกูบาและสน็อกเกิ้ล) ตลอดจนการโหนสลิง หรือซิปไลน์ เป็นต้น

 

5. แคว้นอันดาลูเซีย ประเทศสเปน

 

แคว้นปกครองตนเองอันดาลูเซีย มีเมืองหลวงชื่อ “เซบียา” (หรือ “เซวิลล์” ในภาษาอังกฤษ) ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นเมืองที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 4 ของประเทศสเปน และยังเป็นที่ตั้งของแหล่งมรดกโลกมากถึง 3 แห่ง อีกด้วย แม้เมืองดังกล่าวจะมีสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญมากมาย

 

6. บาหลี ประเทศอินโดนีเซีย

 

บาหลี เป็นหนึ่งในเมืองที่มีเสน่ห์ชวนหลงใหลมากที่สุดในโลก เพราะที่นี่มีธรรมชาติที่สวยงาม ไม่ว่าจะเป็น ภูเขา ท้องทะเลและอาทิตย์อัสดง ทั้งยังมีทุ่งนาขั้นบันไดอันเขียวขจี มีประเพณี วัฒนธรรม งานศิลปหัตถกรรม และกิจกรรมทางศาสนาอันโดดเด่น แม้จะเป็นส่วนหนึ่งของประเทศที่ประชากรส่วนใหญ่เป็นมุสลิม แต่ผู้คนที่นี่นับถือศาสนาฮินดูมาเกือบ 2,000 ปีแล้ว วัดฮินดูบนเกาะแห่งนี้จึงเป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเทียวยอดนิยม 

7. รัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา

 

รัฐแคลิฟอร์เนีย ตั้งอยู่บนแนวชายฝั่งด้านทิศตะวันตกของอเมริกาเหนือ มีสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญและชายหาดชื่อดังมากมาย แต่สำหรับท่านที่ต้องการไปพักผ่อนอย่างเงียบสงบกับคนรัก ท่ามกลางบรรยากาศสุดโรแมนติก ขอแนะนำให้มุ่งหน้าไปที่ “บิ๊กเซอร์ (Big Sur)” ซึ่งเป็นที่ตั้งของเทือกเขา “แซนตาลูเชีย” ที่ทอดตัวเป็นแนวยาวถึง 170 กม. ที่นี่มีอุทยานแห่งชาติให้เที่ยวชมหลายแห่ง ทั้งยังมีป่าเรดวู้ดสูงชะลูด มีสายน้ำไหลลงมาจากซอกเขา (ตกลงมาบนชายหาดแล้วไหลลงสู่ทะเล) มีกิจกรรมปีนเขา/เดินป่า และมีร้านอาหารรสเลิศหลายแห่ง 

8. เมืองควีนส์ทาวน์ ประเทศนิวซีแลนด์

 

ควีนส์ทาวน์ เป็นเมืองรีสอร์ทที่อยู่บนเกาะใต้ของประเทศนิวซีแลนด์ ที่นี่เปรียบดังสวรรค์ของนักท่องเที่ยวที่ชอบการผจญภัย เพราะมีกิจกรรมสุดท้าทายหลากหลายชนิดให้เลือกเล่นเลือกทำ ไม่ว่าจะเป็น บันจี้จัมพ์ สกี สโนว์บอร์ด ล่องแพ กระโดดร่ม ร่มร่อน ล่องเรือเจ็ทโบ๊ต เดินป่า ตกปลา จักรยานวิบาก สเก็ตบอร์ด ซอร์บบิ้ง (เข้าไปอยู่ลูกบอลขนาดใหญ่ และกลิ้งลงมาจากเนินเขา) ฯลฯ แถมในปีหน้าที่นี่จะเปิดเส้นทางสายใหม่สำหรับการท่องป่าด้วยรถจักรยานอีก หลายสายด้วยกัน แต่ถ้าคิดว่ากิจกรรมวัดใจเหล่านี้โหดเกินไปสำหรับทริปฮันนีมูน ก็สามารถพาคนรักขึ้นเฮลิคอปเตอร์ข้ามเทือกเขาเซ้าท์เทิร์นแอลป์ไปชมความสวยตะลึงของฟยอร์ด ‘มิลฟอร์ด ซาวนด์

 

9. โคลชากัว วัลเลย์ ประเทศชิลี

 

โคลชากัว วัลเลย์ เป็นหนึ่งในแหล่งผลิตไวน์ดีที่สุดของประเทศชิลี อยู่ห่างจากตอนใต้ของเมืองซันติอาโก (เมืองหลวง) 180 กม. ที่นี่อยู่ห่างไกลชุมชน เต็มไปด้วยไร่องุ่นทั้งบนพื้นราบและที่ปลูกแบบขั้นบันไดบนเนินเขา อีกทั้งยังอยู่ตรงกลางระหว่างเทือกเขาแอนดีสและเทือกเขาชิเลียน โคสตัล เรนช์  จึงมีทัศนียภาพที่งดงาม ด้วยความที่เป็นหนึ่งในแหล่งผลิตไวน์ชั้นนำของโลก กิจกรรมเด็ดห้ามพลาดเมื่อเดินทางมาเยือนที่นี่ก็คือ การชิมไวน์ระดับเวิลด์คลาสที่ผลิตจากองุ่นพันธุ์ คาร์เมเนร์ (Carménère), มัลเบค (Malbec)  ซีราห์ (Syrah) และคาเบอร์เนต์ โซวิญอง (Cabernet Sauvignon) ส่วนกิจกรรมอื่นๆ ที่น่าสนใจก็คือการ ไต่เขา ปั่นจักรยาน ขี่ม้า เที่ยวชมหมู่บ้าน และเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ของอดีตนักค้าอาวุธสงครามตัวพ่อ “คาร์ลอส การ์ดอน”

 

10. โรงแรมดันตัน ฮอท สปริงส์  รัฐโคโลราโด สหรัฐอเมริกา

 

สำหรับคู่รักที่ต้องการหลีกหนีความวุ่นวายสับสนของสังคมเมืองเพื่อไปพักผ่อน อย่างเงียบสงบท่ามกลางธรรมชาติ ขอแนะนำให้มุ่งหน้าไปยังทิศตะวันตกเฉียงใต้ของรัฐโคโลราโด ณ บริเวณภูเขาซานฮวนของเทือกเขาร็อกกี้ ซึ่งเคยเป็นที่ตั้งของเมืองร้าง แต่ปัจจุบันถูกบูรณะและพัฒนาให้เป็นรีสอร์ทหรูสไตล์กระท่อม

 

เมื่อราว 100 ปีก่อน กระท่อมไม้ทั้งหมดที่เห็นในภาพเป็นบ้านของคนงานเหมืองแร่ (ภายหลังถูกทิ้งร้าง) แต่ปัจจุบันได้กลายเป็นบ้านพักของโรงแรมดันตัน ฮอท สปริงส์ ซึ่งมีให้เลือกพักทั้งสิ้น 13 หลัง แต่ละหลังได้รับการบูรณะและซ่อมแซมให้อยู่ในสภาพใกล้เคียงของเดิม พร้อมตกแต่งภายในใหม่ให้หรูหราสะดวกสบาย เห็นตั้งอยู่กลางป่าเขาอย่างนี้แต่ที่นี่ก็มีไฮสปีดอินเตอร์เน็ตแบบไร้สาย ให้บริการทุกหลัง ส่วนกิจกรรมก็มีให้ทำหลากหลายไม่ว่าจะเป็น การเดินป่า ขี่ม้า ตกปลา เล่นสกี ปีนเขา ขี่จักรยานวิบาก ล่องแพ พายเรือคายัค และแช่ตัวในบ่อน้ำพุร้อน เป็นต้น

หากไม่ชอบพักในกระท่อมไม้เก่าแก่ สามารถเลือกพักในเต็นท์หรู “เครสโต้ แรนช์ เต็นท์ส”  ที่โรงแรมดันตัน ฮอท สปริงส์เพิ่งเปิดให้บริการเมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมา โซนที่พักแบบเต็นท์นี้ตั้งอยู่ตามแนวแม่น้ำห่างจากที่พักแบบกระท่อมราว 6 กม. และมีให้เลือกพักทั้งหมด 8 เต็นท์ด้วยกัน (ทุกเต็นท์มีห้องน้ำและอ่างอาบน้ำในตัว

Credit: MThai Travel, lonely planet