Wedding Nanasara

นานาสาระ

รักแท้มีอยู่จริง

รักแท้มีอยู่จริง

ต่อไปนี้เป็นเรื่องราวของคู่รักคู่หนึ่ง  “เทย์เลอร์ มอร์ริส และ แดเนียล เคลลี่” ซึ่งได้พิสูจน์และแสดงให้ทุกคนเห็นว่าว่าความรักของเขาทั้งสองนั้นเป็นรักแท้ ที่พร้อมจะอยู่เคียงข้างเพื่อดูแลกัน ไม่ทิ้งหายไปไหนแม้ในวันที่อีกฝ่ายต้องเผชิญกับโชคชะตาอันเลวร้ายและพบกับความเจ็บปวดอย่างแสนสาหัส ทั้งสองคนจะยังคอยอยู่เพื่อให้กำลังและประคับประคองชีวิตของอีกฝ่ายให้ก้าวพ้นผ่านช่วงเวลาที่เลวร้ายนั้นไปด้วยกัน

 

เทย์เลอร์และแดเนียล พบรักกันในขณะที่ทั้งคู่ยังเรียนอยู่ชั้นมัธยม โดยความรักของทั้งคู่เริ่มต้นจากความเป็นเพื่อน “เริ่มแรกนั้นเรามักจะปไหนมาไหนด้วยกันเป็นกลุ่มใหญ่ๆ แต่แล้วเราก็เริ่มคุยกันเองและไปไหนต่อไหนด้วยกันสองคนบ่อยขึ้น” แดเนียลเล่าถึงจุดเริ่มต้นของความรัก  ทั้งคู่ได้คบหากันเป็นแฟนตั้งแต่นั้นเรื่อยมาจนกระทั่งจบมัธยมปลายในปี 2007 พวกเขาได้แยกย้ายกันไปเรียนต่อ  ซึ่งตอนนี้เองที่เทย์เลอร์มาสมัครเป็นทหารเรือและฝึกอยู่ในหน่วย EOD(Explosive Ordinance Disposal) หน้าที่ของทหารหน่วยนี้ก็คือ จะต้องเป็นพวกแรกที่เข้าไปในสมรภูมิรบเพื่อตรวจหาและเก็บกู้วัตถุระเบิด พวกเขาเสี่ยงชีวิตเพื่อเคลียร์พื้นที่นั้นๆให้ปลอดภัยสำหรับทหารหน่วยอื่นๆ

ในปี 2012 เขาถูกส่งไปปฏิบัติงานในอาฟกานิสถาน และนี่คือจุดเริ่มต้นของเหตุการณ์ที่พิสูจน์ให้เห็นว่า “ความรักของเขาทั้งสองนั้นเป็นรักแท้”

         

 ตามกำหนดการนั้น ภาระกิจของเทย์เลอร์จะสิ้นสุดลงในเดือน สิงหาคม 2012 นั่นคือเวลาที่ทั้งเทย์เลอร์และแดเนียลต่างรอคอยเพื่อจะมาพบกันอีกครั้ง แต่ทั้งคู่ไม่เคยนึกมาก่อนเลยว่าในเดือนพฤษภาคมก่อนถึงกำหนดเวลาที่เทย์เลอร์จะได้กลับบ้านเพียง 3 เดือน จะมีเหตุการณ์ที่เลวร้ายเกิดขึ้นกับเขาและมันจะกลายเป็นบททดสอบความรักของคนทั้งคู่

 

วันที่ 3 พฤษภาคม 2012 เทย์เลอร์ได้รับบาดเจ็บสาหัสระหว่างปฏิบัติหน้าที่ เขาเหยียบกับระเบิดและต้องสูญเสียขาทั้ง 2 ข้าง แขนซ้ายตั้งแต่ข้อศอกลงมา และมือด้านขวาไป เมื่อแดเนียลได้ทราบข่าวร้ายนี้ เธอกล่าวว่า เธอหายใจไม่ออกและได้แต่กรีดร้อง “ฉันไม่สามารถหายใจได้ ตัวสั่นไปทั้งตัว ไม่สามารถควบคุมตัวเองไม่ได้เลย จนสุดท้ายฉันก็อาเจียนออกมา ฉันได้แต่บอกกับตัวเองว่าทุกอย่างจะต้องเรียบร้อย มันจะต้องไม่เป็นไร แม้ลึกๆแล้วฉันรู้ดีว่ามันไม่เป็นแบบนั้น” แดเนียลยังได้เขียนข้อความในเว็บไซด์ caringbridge.org อีกว่า “เทย์เลอร์และฉันมีแผนการที่จะทำอะไรต่างๆมากมาย แต่สิ่งที่เกิดขึ้นนี้มันไม่ได้อยู่ในแผนการของเราเลย สิ่งเดียวที่ฉันนึกได้ในตอนนี้ก็คือทำไมเรื่องแบบนี้ต้องมาเกิดขึ้นกับเรา? แล้วแผนการต่างๆในชีวิตของเราจะเป็นอย่างไร”  

 

เทย์เลอร์ถูกส่งตัวกลับมารักษาที่ Walter Reed Medical Center ในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี.  ส่วนแดเนียลนั้นตัดสินใจทิ้งงานและทุกอย่างที่เธอทำในขณะนั้นเพื่อย้ายไปอยู่กับเทย์เลอร์ ให้กำลังใจและคอยดูแลเขาอย่างใกล้ชิด หลังจากที่รักษาอาการร้ายแรงเบื้องต้นจนดีขึ้น ทั้งคู่ย้ายออกมาอยู่ที่อพาร์ทเม้นใกล้กับโรงพยาบาลเพื่อทำการรักษาต่อเนื่องอย่างอื่นอีก เช่น การทำกายภาพ การฝึกใช้แขนเทียมขาเทียมเป็นต้น เทย์เลอร์ต้องการที่จะรักษาต่อไปจนกว่าเขาจะกลับมาเดินและช่วยตัวเองได้อย่างปกติอีกครั้ง

 

ทุกๆวันแดเนียลจะแบกเทย์เลอร์ขึ้นหลังเพื่อที่จะพาเขาขึ้นลงบันไดอพาร์ทเม้น เธอใช้ชีวิตเป็นแขนและขาให้แก่เขา เธอช่วยเขาที่โรงพยาบาล ช่วยเขาออกกำลังการ ช่วยฝึกให้เขาชินกับการใช้อวัยวะเทียม และอีกหลายต่อหลายอย่าง เธออยู่เคียงข้างเขา

และแล้วเทย์เลอร์และแดเนียลในวัย 23 ปีก็ตัดสินใจแต่งงานกัน แดเนียลกล่าวว่า “ เราทั้งคู่ยังเด็ก ยังมีอะไรอีกตั้งหลายอย่างที่รอเราอยู่ข้างหน้า เราต้องการจะทำให้ทุกอย่างเป็นแบบที่เราเคยฝันไว้” “แรงระเบิดคราวนั้นก็แค่ทำให้เขาต้องสูญเสียอวัยวะ แต่มันไม่สามารถทำให้ส่วนอื่นในตัวเขาผิดปกติได้”

 

ถึงแม้ว่าทั้งคู่ต้องเผชิญกับปัญหาและอุปสรรคมากมายเพียงใด แต่เขาและเธอยังคงต่อสู้เพื่อที่จะได้ใช้ชีวิตอยู่เคียงข้างกัน เป็นส่วนที่ขาดหายของกันและกัน และที่สำคัญทั้งคู่ยังได้แสดงให้คนทั้งโลกเห็นแล้วอีกด้วยว่า รักแท้นั้นมีอยู่จริง

        

 

   

 

แปลและเรียบเรียงโดยทีมงาน weddingtoknow

Credit: taylormorris.org, timdoddphotography.com, cedarfalls.patch.com